Friday, Apr 23rd

Last update08:33:14 AM GMT

Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

ประวัติของสมาชิก ณัฐกฤตา (Nut)

  • ออฟไลน์
  • ระดับสมาชิก: Fresh Boarder
  • วันที่ลงทะเบียน: 18 ธ.ค. 2010
  • เข้าเยี่ยมชมฟอรัมล่าสุด: 08 ก.พ. 2011
  • Time Zone: GMT +7:00
  • เวลาท้องถิ่น: 23:44
  • ผู้เข้าชมประวัติ: 321
  • พลังน้ำใจ: 0
  • ที่อยู่: ยังไม่ได้ระบุ
  • เพศ: ไม่ได้ระบุ
  • วันเกิด: ยังไม่ได้ระบุ

ลายเซ็น

ประวัติการโพส

ประวัติการโพส

emo
คอลลาเจนคืออะไร
คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย มีปริมาณ 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย โครงสร้างโมเลกุลมีลักษณะเป็นเส้นเอ็นแข็งแรงและแผ่กว้าง มีความยืดหยุ่นซึ่งจะช่วยค้ำจุนผิวหนังและอวัยวะภายในไว้ กระดูกและฟันมาจากการรวมกันของ Mineral Crystals และคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นโครงสร้างของร่างกาย ช่วยป้องกันและค้ำจุนเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน และจุดเชื่อมต่อกับโครงกระดูก


คอลลาเจน พบได้โดยทั่วไปของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กล้ามเนื้อ เอ็นข้อต่อและกระดูก เส้นใยคอลลาเจนจะสานกันเหมือนเส้นใยที่ถักทอกันเป็นเนื้อผ้า และจะเป็นโครงร่างแหที่เซลล์ใหม่ๆจะเจริญเติบโตได้ ในผิวหนัง คอลลาเจนจะเป็นเนื้อหนังที่ให้ความยืดหยุ่นของโครงร่าง คอลลาเจนในผิวหนังมนุษย์มีลักษณะเหมือนกับคอลลาเจนที่พบในสัตว์ จึงเป็นเหตุผลที่มนุษย์สามารถใช้คอลลาเจนจากสัตว์ได้

คอลลาเจน ชนิดต่างๆในร่างกาย
คอลลาเจนเป็นสารที่อยู่ทุกที่ในร่างกายเรา เป็นเส้นใยในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันนี้เป็นร่างกายและอวัยวะภายในของเรา เพื่อให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของคอลลาเจน รายการต่อไปนี้เป็นชนิดของคอลลาเจนซึ่งถูกรวบรวมไว้เป็น 5 กลุ่ม จากคอลลาเจนมากกว่า 19 ชนิด ว่าถูกใช้งานอย่างไรในร่างกายคนเรา


กลุ่ม 1 เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของผิวหนัง กระดูก ฟัน เอ็นข้อต่อ ส่วนห่อหุ้มอวัยวะ
กลุ่ม 2 เป็นข้อต่อกระดูกอ่อน
กลุ่ม 3 เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของอวัยวะ (ตับ ม้าม ไต และอื่นๆ)
กลุ่ม 4 การแบ่งชั้นระหว่างเซลล์ epithelial และ เซลล์ endothelial เช่นเดียวกันกับโครงกระดูกกับเซลล์กล้ามเนื้อเรียบ กลุ่มไต lens capsule และ Schwann กับเนื้อเยื่อประสาทส่วนกลางของระบบประสาท

การสูญเสียคอลลาเจน
ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายคนเราจะสูญเสียคอลลาเจนไป 1.5 % ทุกๆ ปี (เช่นอายุ 35 ปีจะสูญสลายไป 15 % อายุ 45 ปีจะสูญสลายไป 30 % เป็นต้น) เมื่อคนเรายิ้ม ขมวดคิ้ว หรี่ตาหรือกะพริบตา จึงมีริ้วรอยปรากฏบนใบหน้า ชั้นผิวคอลลาเจนนอกจากจะเปลี่ยนไปตามอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก คือ สิ่งแวดล้อมและพันธุกรรม ในผู้สูงอายุกล้ามเนื้อจะเริ่มอ่อนแอและบาดเจ็บได้เมื่อล้ม เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดี อัตราการเสียหายของกล้ามเนื้อเกิดขึ้นร้อยละ 1 ต่อปี


กล้ามเนื้อของผู้หญิง เช่นเดียวกับกระดูก โดยทั่วไปมีลักษณะเล็กกว่าของผู้ชาย คอลลาเจนจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญในข้อแตกต่างนี้ ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนถูกผลิตขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปในแต่ละปี

คอลลาเจนกับผิวหนัง
คอลลาเจนคือเส้นใยโปรตีน เป็นส่วนประกอบของผิวหนัง กระดูกอ่อน กระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวกันต่างๆ คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของเครือข่ายชั้นผิวหนัง มากกว่า 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย คือคอลลาเจน จัดเป็นจำนวนที่สูงมากและเป็น 70 % ของผิวหนังคนเรา


ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ผิวหนังประกอบด้วยชั้นผิว 3 ชั้น ชั้นแรก คือ หนังกำพร้าเป็นหนังส่วนที่อยู่นอกสุดของชั้นผิวหนัง ประกอบด้วยเซลล์ที่เรียกว่า epithelial cells ชั้นถัดมา คือ ชั้นที่อยู่ต่ำกว่าชั้นหนังกำพร้าลงไป ประกอบด้วยเส้นเลือด ต่อมน้ำเหลือง ต่อมเหงื่อ ต่อมขนและต่อมไขมัน เป็นต่อมที่ผลิตไขมันเพื่อป้องกันแบคทีเรีย ชั้นที่สามเป็นชั้นที่สนับสนุนการทำงานของชั้นเนื้อเยื่อไขมัน


ผิวหนังจะยังคงความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นตราบเท่าที่ยังคงรักษาความชุ่มชื้นได้มากกว่า 10 % ถ้าผิวหนังแห้งมากจะมีลักษณะบวมแดง อักเสบ ผิวหนังชั้นหนอกจะมีลักษณะหยาบ เปราะบาง ไม่สดใส จึงต้องใช้โลชันและครีมบำรุงผิวเป็นตัวช่วยในการรักษา ความชุ่มชื้น ในชั้นที่ต่ำกว่าชั้นผิวหนังชั้นนอกสุดจะเสื่อมสภาพไปตามอายุ ซึ่งไม่ใช่ขาดเฉพาะความชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดลงของ Polypeptides เช่น Elastin และคอลลาเจน

คอลลาเจน กับ โรคข้อต่อต่างๆ
90 % ของการสร้างกระดูก คือ คอลลาเจน


โรคกระดูกพรุน คือ โรคข้อที่แสดงความรุนแรงขึ้น แสดงถึงภาวการณ์เสื่อมโทรมลงของข้อต่อกระดูกอ่อน (เนื้อเยื่อเกี่ยวพันขาดความยืดหยุ่น แข็ง) ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของข้อต่อ ทำให้เจ็บปวดและเสียการทรงตัว ความเสื่อมของข้อต่ออาจจะมาจากธรรมชาติและเสื่อมลงตามอายุขัย น้ำหนักเกินหรืออ้วนมากเกินไป ความรุนแรงที่กดทับกระดูกอ่อน ความผิดปรกติของข้อต่อหรือเส้นเอ็น และการติดเชื้อหรือการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาท
คอลลาเจน ช่วยในเรื่อง เอ็นและข้อต่อ
ส่วนประกอบประมาณ 80 % ของเอ็น (จุดเชื่อมต่อระหว่างกระดูกกับกระดูก) และเส้นเอ็น (จุดเชื่อมต่อระหว่างกระดูกและกล้ามเนื้อ) คือคอลลาเจน ที่เหลือคือ proteoglucans และ fibroblasts


โดยปกติ สมรรถภาพของเข่าที่ลดลงมีสาเหตุมาจากกระดูกอ่อนในข้อต่อหัวเข่าหมดไป ทำให้กระดูกเสียดสีกัน จุดประสงค์ท้ายสุดของคอลลาเจนที่ต้องการคือ การหยุดการเสียดสีดังกล่าวและสร้างกระดูกอ่อนเข่าขึ้นมาใหม่ กรดอะมิโนในคอลลาเจน จะถูกนำมาสร้างเป็นกระดูกอ่อน ทำให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงและข้อต่อที่ยืดหยุ่น

คอลลาเจน กับการป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
เส้นเลือดแดงที่ปกติจะมีลักษณะดังที่เห็นในรูป สังเกตได้ว่าเส้นเลือดแดงจะไม่มีสารสะสมบนผิว ชั้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อจะไม่เสื่อมสภาพ ไม่เปลี่ยนแปลงและแข็งแรงมาก จุดประสงค์ที่มีชั้นคอลลาเจนก็เพื่อป้องกันเส้นเลือดแดงแตกหัก เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่อยู่รอบๆชั้นคอลลาเจนจะเป็นตัว ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดเป็นไปด้วยดี
การเกิดโรคหัวใจ


ทันทีที่มีสารสะสมขึ้นที่ผิวของเส้นเลือดแดง นั่นก็คือ การเริ่มต้นของการเป็นโรคหัวใจแล้ว สาเหตุมาจากคอลลาเจนที่ไม่เพียงพอ
คอลลาเจนที่อยู่รายรอบเส้นเลือดแดงจะคอยป้องกันเส้นเลือดไว้ เมื่อเส้นเลือดเริ่มสูญเสียคอลลาเจน จะปรากฏบาดแผลและรอยแตกหักเล็กๆ เมื่ออาการเหล่านี้ปรากฏชัดขั้น ร่างกายเราจะรู้เองว่า นี่เป็นปัญหาและจะทำการซ่อมแซมตัวเองโดยเร่งด่วน ถ้าเส้นเลือดอ่อนแอเนื่องจากขาดคอลลาเจน จะปรากฏรอยแตกหักและบาดแผล ร่างกายจะประสานแผลด้วยเกล็ดจาก Lipoprotein เกล็ดสารนี้เป็นสารที่มีความเหนียว เป็นพวกโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL- low density lipoproteins) นั่นก็คือ คอเลสเตอรอล ทุกครั้งที่ปรากฏรอยแตกขึ้นที่ผิวเส้นเลือดแดง ร่างกายจะใช้เกล็ดสารจาก Lipoprotein มาสมานและป้องกันเส้นเลือดแดง แต่นั้นก็จะทำให้การไหลเวียนของเส้นเลือดแดงอยู่ในวงจำกัดด้วย คุณก็จะเริ่มเป็นโรคหัวใจ

การเพิ่มคอลลาเจน... ด้วยการรับประทาน ...ไบโอ-มารีนคอลลาเจน
ส่วนประกอบ

มารีนคอลลาเจน ไฮโดรไลเซต มารีนคอลลาเจนไฮโดรไลเซต: เป็นสารละลายโปรตีนที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนและไฮโดรไลเซต ซึ่งย่อยงาย ดูดซึมเร็ว และเป็นวัตดุดิบสำคัญในการซ่อมแซม เสริมสร้างเนื้อเยื่อทุกแห่งที่มีคอลลาเจน เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เอ็น เยื่อหุ้มข้อ กระดูกอ่อน หมอนรองกระดูก ผนังเส้นเลือด ปอด หัวใจ ไต ฯลฯแคลเซียมคาร์บอเนต เป็นธาตุอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพกระดูก มีอยู่ในแคลเซียมในร่างกายถึง 99 เปอร์เซนต์ไฟเบอร์ ซิตรัสแพคติน และกัวร์กัม ซึ่งเป็นแหล่งของไฟเบอร์วิตามินรวม ประกอบไปด้วย Thiamine, Riboflavin, Niacin, Pantothenic acid, Pyridoxine, Folic acid and Cyanocobalamin
คอลลาเจนคืออะไร
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
อนุมูลอิสระคืออะไร

ปัจจุบันนี้มีคนพูดถึงคำ ๆ นี้กันมาก เพราะเจ้าสารตัวนี้อาจจะถือได้ว่าเป็นต้นตอของปัญหาที่เลวร้ายทั้งหลายภายในร่างกายคนเรา ไม่ว่าโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ความแก่ ความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ จะเห็นว่ายาบำรุงหรือสารอาหาร เครื่องสำอางต่าง ๆ เช่น จะบอกว่ามีส่วนผสมของวิตามินอี ซึ่งจัดเป็น antioxidant ที่สำคัญตัวหนึ่งเอาไว้คอยป้องกันผลเสียอันเกิดอนุมูลอิสระนั้นเอง

แล้วอนุมูลอิสระมาจากไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร ? คำตอบก็คือ ในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารของร่างกายซึ่งมีความจำเป็นต้องอาศัยออกซิเจนช่วย จะเกิดผลพลอยได้ (น่าจะเรียกว่าพลอยเสียมากกว่า) คือ ออกซิเจนที่มีประจุลบ (O2) ซึ่งก็คืออนุมูลอิสระ (free radicals) สารตัวนี้นอกจากจะรวมตัวกับ LDL ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังสามารถไปรวมตัวกับสารบางชนิดในร่างกายเรา แล้วก่อให้เกิดเป็นสารพิษที่ทำลายเนื้อเยื่อ หรืออาจไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางพันธุกรรมภายในเซลล์ ทำให้เซลล์ที่ปกติแปรสภาพ ไปเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ฟังดูแล้วน่ากลัวทีเดียว

ที่สำคัญอาหารที่มักจะเป็นต้นตอของอนุมูลอิสระมักจะเป็นของโปรดของหลาย ๆ ท่าน คืออาหารพวก ปิ้ง ย่าง เผา พวกเนื้อกรอบ เกรียมไหม้ ซึ่งก็ต้องพยายามลด ละ เลิก กันเอาเอง
ถึงตรงนี้ก็อาจสรุปว่าวิตามินหรือสารอาหารที่ได้จากธรรมชาตินั่นเองที่ช่วยเราให้ปลอดจากพิษภัยของอนุมูลอิสระ
Bio Grape Seed ไบโอ-แกรพซีด ผลิตภัณฑ์สูตรพิเศษซึ่งช่วยให้ร่างกายของเราสามารถต่อสู้กับอนุมูลอิสระ และป้องกันความเสียหายของเซลล์ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ รักษาสุขภาพของผิวหนัง เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และมีคุณสมบัติในการชะลอความชรา

ส่วนประกอบ

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารธรรมชาติ (Bioflavonoid) ที่เป็นแหล่งของ Oligomeric proanthocyanidins (OPC) - เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มี ประสิทธิภาพสูงสารสกัดจากเปลือกสน อุดมด้วยสาร bioflavonoid (OPC ) -ประกอบด้วย "Organic acid หรือ กรดผลไม้หลายชนิดซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
สารสกัดจากชาเขียว อุดมด้วยสาร Catechin Polyphenols โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Epigallocatechin gallate (EGCG) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งช่วยเสริมสร้างและป้องกันระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
มารู้จักอนุมูลอิสระก ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
พอดีไปเจอเรื่องเล่า โกรทฮอร์โมน ดีๆ เลยเอามาฝาก
อ่านลิ้งไปที่เวปนี้นะ ==> share.psu.ac.th/blog/chutatip-psu/1778
เจอเรื่องเล่า โกรทฮอ ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
เคยดูรายการช่องหนึ่ง จำไม่ได้ว่ารายการอะไร เขาบอกว่าที่คนเราแก่ลงก็เพราะว่าโกร๊ทฮอร์โมนในร่างกายเรานั้นลดน้อยถอยลงไปเรื่อยตามวัย โดยเฉลี่ย 15 % ของอายุที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10 ปี โดยจะเริ่มลดต่ำลงตั้งแต่อายุ ประมาณ 25 ปี แต่ถ้าใครมีวิถีชีวิตแบบนี้รับลองว่าแก่วัยกว่าอายุ 25 แน่นอน
สาเหตุที่โกร๊ทฮอร์โมนลดลงแบบฮวบฮาบ

1.ชีวิตแบบเคร่งเครียด เซ็งจิต คิดหนัก ฮอร์โมนต่อไปนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ร่างกายหลั่งออกมาในปริมาณมาก เมื่อเกิดความเครียด

เอนดอร์ฟินส์ (Endorphins) ฮอร์โมนกลุ่มนี้จะถูกหลั่งออกจากต่อมพิทูอิทารี (ต่อมใต้สมอง) การหลั่งฮอร์โมนกลุ่มนี้ ออกมามากเกินไปจะทำให้ มีผลทำให้เกิดความผิดพลาดในการตอบสนองต่อความเจ็บปวดของร่างกาย

คอร์ติโซน (Cortisone) เป็นสารประกอบที่สังเคราะห์ ขึ้นที่ภายในตับ การปล่อยให้มีการหลั่งคอร์ติโซนออกมาเป็นระยะเวลานานๆ จะมีผลทำให้อาหารและน้ำที่สำรองไว้ในร่างกายลดลงอย่างมาก

โปรแลคติน (Prolactin) เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกจากต่อม พิทูอิทารี มีหน้าที่ช่วยการสร้างน้ำนมหลังการคลอดลูก ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การหลั่งโปรแลกตินออกมาในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน สามารถก่อให้เกิดเนื้องอกในเต้านมของหนูทดลองได้ นักวิชาการทางการแพทย์บางรายเชื่อว่า ในกลุ่มผู้หญิงที่มีการหลั่งฮอร์โมนโปรแลกตินเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากภาวะขาดน้ำเรื้อรัง จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกในเต้านม

วาโสเพรสซิน (Vasopressin) เป็นกลุ่มฮอรโมนที่หลั่ง จากต่อมพิทูอิทารี มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรปันส่วนน้ำตามลำดับความสำคัญของอวัยวะ ในกรณีที่เกิดภาวะขาดน้ำ เซลล์ประสาทจะสร้างวาโสเพรสซินมากว่าเซลล์อื่นๆของร่างกาย

ไม่ ป.ล การดื่มน้ำ ก็ช่วย คลายความเครียดได้นะ

2.นอนดึก ถ้าไม่มีงานอะไรทำกันจริงก็นอนดีกว่านะ

3.ดื่มแอลกอร์ฮอร์ หรือสูบบุหรี่มาก อันนี้โกร๊ทฮอร์โมน หายหดอดหนุ่มสาวกันเลยทีเดียว แถมยังลดภูมิคุ้มกันในร่างกายตัวเองอีกด้วย สังเกตดูพวกเด็กๆวัยรุุ่่นสมัยนี้ที่สูบบุหรี่เที่ยวดึกให้ดีๆสิ อายุ17 หน้าไป 30 ยังมี ไม่เชื่อลองสังเกตดู เรียกการใช้ชีวิตแบบนี้ว่า การใช้ชีวิตแบบสิ้นเปลือง

วิธีกระตุ้นโกร๊ทฮอร์โมน

1. การหลับและตื่นให้ตรงเวลา ช่วงเวลาของการนอนหลับที่ดีที่สุดคือ การนอนหลับตอน 4 ทุ่ม และตื่นตอน 6 โมงเช้า เนื่องจากร่างกายจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่ และที่สำคัญโกร๊ทฮอร์โมนจะหลั่งมากในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตี 5 แต่ถ้าคุณนอนหลับและตื่นไม่เป็นเวลาไม่เว้นแม้แต่วันหยุด สมองเราจะสับสนในการหลั่งโกร๊ทฮอร์โมน
2. การนอนหลับให้สนิท สำคัญมากเพราะ โกร๊ทฮอร์โมนจะเริ่มหลั่งออกมาหลังจากระยะที่ 3 หรือ 4 ของการนอนหลับ
3. การจัดการกับความเครียด Stress management เพราะการเครียดทั้งทางกายและทางใจ ร่างกายก็จะหลั่งโกร๊ทฮอร์โมนเครียด เรียกว่า “คอร์ติซอล Cartisol” ออกมาสูงขึ้น ซึ่งคอร์ติซอลนี้เป็นศัตรูที่ทำให้โกร๊ทฮอร์โมนในร่างกายของเราลดลงอย่างรวดเร็ว วิธีที่สามาระช่วยได้คือการทำสมาธิทำจิตรใจให้สงบค่ะ
4. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดให้กับร่างกายแทน เพราะหลังจากออกกำลังกายได้ประมาณ 45 นาทีแล้วร่างกายจะมีการหลั่งโกร๊ทฮอร์โมนออกมาพร้อมกับ ฮอร์โมนเพศเทสโทสเตอโรน Testosterone ทำให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเร่า แต่การออกกำลังกายนานเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกายนะคะ เพราะว่า คอร์ติซอล จะหลั่งออกมาแทน แล้วโกร๊ทฮอร์โมนจะลดลงอีก อันนี้ต้องมีการศึกษาวิธีการออกกำลังกายกันต่อไป
5. การเสริมโกร๊ทฮอร์โมนให้กับร่างกาย ซึ่งโกร๊ทฮอร์โมนมีทั้งแบบสังเคราะห์ และแบบธรรมชาติ โดยแบบธรรมชาตินั้นสามารถหารับประทานได้จากอาหารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนชนิดที่ประกอบกันเป็นโกร๊ทฮอร์โมน ซึ่งต้องเลือกกินอย่างพิถีพิถัน

เอาเป็นว่าอย่านอนดึก อย่านำสารพิษเข้าร่างกาย ขอย้ำเลยอันนี้ บุหรี่ เหล้านั้นแหละตัวดีเลย ถ้าคุณไม่ลดปริมาณมันลงหรือเลิกไปเลยก็ดีคุณแก่แน่ อย่าเครียดหาไรสนุกๆทำครับ อย่ามัวแต่นั่งอมทุกข์อยู่คนเดียว เพื่อนๆและครอบครัวมีส่วนช่วยได้เชื่อสิ ไปล่ะขอให้หนุ่มสาวกันไปนานๆนะ
เป็นหนุ่มเป็นสาวยาวน ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
รายละเอียดเพิ่มเติม
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 0.35 วินาที
You are here Home