Tuesday, Sep 25th

Last update08:33:14 AM GMT

Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

ประวัติของสมาชิก admin (admin)

  • ออฟไลน์
  • ระดับสมาชิก: Administrator
  • วันที่ลงทะเบียน: 14 ต.ค. 2010
  • เข้าเยี่ยมชมฟอรัมล่าสุด: 28 พ.ค. 2017
  • Time Zone: GMT +7:00
  • เวลาท้องถิ่น: 04:57
  • ผู้เข้าชมประวัติ: 291
  • พลังน้ำใจ: 0
  • ที่อยู่: ยังไม่ได้ระบุ
  • เพศ: ไม่ได้ระบุ
  • วันเกิด: ยังไม่ได้ระบุ

ลายเซ็น

ประวัติการโพส

ประวัติการโพส

emo
โปรดอ่าน

เรื่องนี้อาจช่วยรักษาชีวิตของคุณ หรือ ชีวิตของใครสักคนที่คุณรัก หลังจากหลายปีที่ ใครๆ ก็บอกว่า การบำบัดเคมีเป็นหนทาง
เดียวที่จะลองทำได้ในการกำจัดมะเร็ง (ลองเป็น คีย์เวิร์ด) ในที่สุด จอห์น ฮอปคินส์ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงทางเลือกอื่น

อัพเดทเรื่องมะเร็ง จาก จอห์น ฮอปคินส์
1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย แต่เซลล์มะเร็งเหล่านี้จะปรากฏให้เห็น เมื่อตรวจดูด้วยวิธีตรวจขั้นพื้นฐาน ก็ต่อเมื่อมันได้เจริญเป็นพันล้านเซลล์เมื่อหมอบอกผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังการรักษาว่า ไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่นั่นแค่หมายความว่า การตรวจไม่สามารถตรวจเจอเซลล์มะเร็ง เพราะว่าจำนวนเซลล์มะเร็งยังไม่มากถึงระดับที่จะตรวจเจอได้
2. ในร่างกายคนในช่วงชีวิตหนึ่ง เซลล์มะเร็งก่อตัวได้มากถึง 6 ถึง 10 ครั้ง
3. ถ้าระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เซลล์มะเร็งจะถูกทำลายหรือไม่สามารถแบ่งตัว และทำให้ไม่เกิดเป็นเนื้องอก
4. คนที่เป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่าคนนั้นขาดสารอาหารซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจัยทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมอาหาร และวิถีดำเนินชีวิต
5. การแก้ปัญหาการขาดสารอาหาร ทำได้โดยการเปลี่ยนอาหารการกิน และทานอาหารเสริม เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
6. การบำบัดเคมีนั้นไม่เพียงแต่ทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ยังทำลายเซลล์ดีที่เติบโตเร็วในไขกระดูก อวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งทำให้อวัยวะ เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ถูกทำลาย
7. ในขณะที่รังสีทำลายเซลล์มะเร็ง ก็ยังก่อให้เกิดผลเสีย ทำให้เกิดรอย หรือทำลายเซลล์ดีเนื้อเยื่อ หรือแม้แต่อวัยวะ
8. การรักษาด้วยรังสีและบำบัดเคมีในระยะแรกจะลดขนาดเนื้องอก แต่เมื่อรักษาติดต่อเป็นเวลานาน การ
รักษาด้วยวิธีนี้ไม่สามารถทำลายเนื้องอกได้มากขึ้นไปกว่าเดิม
9. เมื่อร่างกายสะสมพิษที่เกิดจากการบำบัดเคมีและรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่หรืออาจถูกทำลาย ทำให้ผู้ป่วยนั้นๆ อาจได้รับการติดเชื้อหรือเกิดอาการแทรกซ้อนตามมา
10. การบำบัดเคมีหรือรังสีสามารถทำให้เซลล์มะเร็งกลายพันธุ์และทำให้ดื้อยา หรือทำลายยากขึ้น การผ่าตัดก็อาจทำให้เซลล์มะเร็งกระจายไปยังที่อื่นได้
11. วิธีต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพคือการทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร ด้วยการไม่กินอาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งนั้นขยายตัว

อัพเดทเรื่องมะเร็ง จาก จอห์น ฮอปคินส์
เซลล์มะเร็งได้รับอาหารจาก
• น้ำตาลทำให้เซลล์มะเร็งโต การลดปริมาณน้ำตาล จะช่วยลดแหล่งอาหารสำคัญของเซลล์มะเร็ง สารแทนน้ำตาล เช่น นิวทราสวีท อีควล สปูนฟูล ฯลฯ ทำมาจากอสปาร์เทม ซึ่งมีอันตราย จึงควรใช้ผลิตธรรมชาติที่มีความหวาน แทนน้ำตาล เช่น น้ำผึ้ง หรือ กากน้ำตาล แต่ในปริมาณที่น้อย เกลือที่ใช้บางชนิดก็มีการใส่สารเคมีเพื่อขัดให้สีขาว จึงควรใช้เกลือทะเล หรือ แบรกส อมิน
โนส์(เดาว่าเป็นยี่ห้ออะไรสักอย่าง)แทน
• นมทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะภายในอวัยวะช่องท้อง มะเร็งอยู่ได้ด้วยเมือกนี้การลดปริมาณนม และหันมาดื่มนมถั่วเหลือง(ไม่ใส่น้ำตาล)แทน จะช่วยทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร• เซลล์มะเร็งชอบอยู่ในสภาพเป็นกรด อาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลักจะมีสภาพเป็นกรด ดังนั้นจึงดีกว่าที่หันมาทานปลา และเนื้อไก่บ้างนิดหน่อย แทนเนื้อวัว และหมูเนื้อยังเป็นแหล่งสารปฎิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งโต และพยาธิซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง
• อาหารที่80 เปอร์เซ็นต์ประกอบด้วยผักสด น้ำผักผลไม้โฮลเกรนเมล็ดพืช ถั่ว และผลไม้บ้างเล็กน้อย จะทำให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง อีก 20 เปอร์เซนต์อาจมาจากอาหารที่ถูกประกอบให้สุกแล้วรวมถึงถั่ว น้ำที่มาจากผักสดจะให้เอนไซม์ที่ดูดซึมได้ง่าย และไปถึงระดับเซลล์ภายใน 15 นาทีซึ่งจะไปช่วยเสริม บำรุงการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ดี จึงควรดื่มน้ำผักสด (ผักส่วนใหญ่
รวมถึงถั่วงอก) เพื่อให้ได้เอนไซม์ที่ช่วยสร้างเซลล์ที่แข็งแรง และรับประทานผักดิบ วันละ 2-3 ครั้ง เพราะว่าเอนไซม์จะถูกทำลายที่อุณหภูมิ104 องศาฟาเรนไฮต์(40 องศาเซลเซียส)
• หลีกเลี่ยงกาแฟ ชา และชอคโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และมีสมบัติที่ต่อต้านมะเร็ง
น้ำดื่ม ควรผ่านการฆ่าเชื้อโรค หรือกรองเพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษ และโลหะหนักที่ปนเปื้อนในน้ำประปาหลีกเลี่ยงน้ำกลั่นเพราะมีความเป็นกรด
• โปรตีนจากเนื้อสัตว์นั้นย่อยยาก และต้องใช้เอนไซม์ช่วยย่อยหลายชนิด เนื้อที่ไม่ได้รับการย่อยจะคงอยู่ในลำไส้และเน่า ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษ
• ผนังเซลล์ของเซลล์มะเร็งถูกปกป้องด้วยโปรตีนที่เหนียว การหลีกเลี่ยง หรือทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ทำให้เอนไซม์สามารถ
ทำลายผนังเซลล์ของเซลล์โปรตีน และทำให้เซลล์ที่ร่างกายมีไว้ทำลายเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมไปทำลายเซลล์มะเร็งได้
• อาหารเสริมบางอย่าง(ไอพี6 ฟลอเซนส์เอสเสียค แอนตี้ออกซิแดนต์ส์วิตามิน เกลือแร่อีเอฟเอ อื่นๆ) ช่วยเสริมสร้างระบบที่ช่วยให้สิ่งทำลายสิ่งแปลกปลอมของร่างกายเราสามารถทำลายเซลล์มะเร็ง อาหารเสริมอื่นเช่นวิตามินอีเป็นที่รู้กันว่าช่วยทำลายเซลล์หรือตั้งโปรแกรมฆ่าเซลล์ซึ่งเป็นระบบที่ร่างกายเราใช้ในการทิ้ง หรือทำลาย เซลล์ที่เราไม่ต้องการ ไม่จำเป็น
• โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ คนที่กระตือรือร้นและคิดในแง่ดีจะรอดพ้นจากโรคมะเร็ง ความโกรธ การไม่ให้อภัย ความขื่นขมจะทำให้ร่างกายเครียด และเกิดภาวะเป็นกรดเราจึงควรที่จะพยายามที่จะรัก และรู้จักให้อภัย
เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย และมีความสุขกับชีวิต
• เซลล์มะเร็งอยู่ไม่ได้ในภาวะที่มีออกซิเจน การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจลึกๆ จะช่วยให้เราได้รับออกซิเจนมากขึ้นในระดับเซลล์การบำบัดโดยใช้ออกซิเจนจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นำมาใช้ในการทำลายเซลล์มะเร็ง

อัพเดทเรื่องมะเร็งจากโรงพยาบาลจอห์น ฮอปกินส์สหรัฐอเมริกา

รพ.จอห์น ฮอปคินส์ได้ส่งข้อมูลนี้และได้ส่งผ่านกระจายภายใน ศูนย์พยาบาล วอลเตอร์รีด อาร์มี่อีกด้วย
• อย่าใช้ภาชนะพลาสติกในไมโครเวฟ
• อย่าใช้ขวดน้ำในช่องแช่แข็ง
• อย่าใช้ที่ห่ออาหารจากพลาสติกในไมโครเวฟ
• สารไดออกซินทำให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม
• ไดออกซินมีพิษต่อเซลล์ของร่างกายเรา
• อย่าแช่แข็งขวดน้ำพลาสติกที่บรรจุน้ำในช่องแข็ง เพราะนั่นจะเป็นการปลดปล่อยสารไดออกซินออกมาจากพลาสติก
• เมื่อไม่นานมานี้ดร. เอ๊ดเวิร์ด ฟูจิโมโต้ผู้จัดการโปรแกรมเวลล์เนส (อยู่ดีกินดี) แห่งรพ. คาสเซิล ได้ออกรายการทีวีเพื่ออธิบายถึงภัยต่อสุขภาพนี้เขาได้พูดถึงสารไดออกซินและอธิบายว่ามันไม่ดีอย่างไร เขาบอกว่าเราไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติก อุ่นอาหารในไมโครเวฟโดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ ส่วนผสมระหว่างไขมัน ความร้อนสูง และพลาสติกจะทำให้สารไดออกซิน
เข้าไปตกค้างในอาหาร และในที่สุดก็เข้าสู่เซลล์เรา
• จึงควรใช้แก้ว เช่น ภาชนะคอร์นนิ่ง ไพเรกซ์หรือเซรามิคในการอุ่นอาหาร เพราะจะได้อาหารที่อุ่นอร่อยเหมือนกันต่างตรงทีไม่มีสารไดออกซินตกค้าง เพราะฉะนั้นอาหารสำเร็จรูปที่มาในภาชนะพร้อมใช้อุ่น ควรนำมาใส่ภาชนะอื่นก่อนอุ่นกระดาษไม่แย่แต่คุณก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในกระดาษนั้นบ้าง เพราะฉะนั้นมันเลยปลอดภัยกว่าที่จะใช้ภาชนะแก้ว คอร์นิ่ง เป็นต้น ดร.เอ๊ดเวิร์ดยังบอกต่ออีกว่า
• เมื่อไม่นานมานี้ร้านอาหารได้เปลี่ยนจากการใช้ภาชนะโฟม มาเป็นกระดาษ และสาเหตุหนึ่งก็เป็นเรื่องของไดออกซิน เขายังได้ชี้อีกว่าในพลาสติกห่ออาหาร เช่น ซุรานก็ไม่ปลอดภัยที่จะนำมาใช้ห่ออาหารในไมโครเวฟในขณะที่อาหารกำลังถูกทำให้สุก ความร้อนจะทำให้สารพิษซึ่งละลายออกมาจากพลาสติก ซึมเข้าสู่อาหาร ให้คลุมอาหารด้วยกระดาษแทน นี่เป็นบทความที่คุณควรส่ง
ให้ทุกคนที่เป็นคนสำคัญสำหรับคุณ
แนวทางการป้องกันมะเร ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
นพ.กฤษดา ศิรามพุช แนะเคล็ด (ไม่) ลับ ยับยั้งความแก่
โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
21/05/2009

ตามลิงค์นี้เลยครับ

suranandlive.bangkokvoice.com/suranand_t...5%E0%B9%87%E0%B8%94+(%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88)+%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A+%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88
นพ.กฤษดา ศิรามพุช แน ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
ในทุกๆทศวรรษจะมีสิ่งใหม่ที่พลิกโฉมหน้าของยุคเกิดขึ้น

ในปี 70 ยุคไมโครเวฟ
ปี 80 ยุควีดีโอเทป
ปี 90 ยุคคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

คนที่ไขว่คว้าโอกาสที่มีในปี 80 ไว้ได้ได้กลายเป็นเศรษฐี ต่อมาส่วนคนที่ใช้โอกาสในยุค 90 สร้างธุรกิจอย่างถูกต้องสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นมหาเศรษฐีได้ แล้วคุณคิดว่ามีโอกาสอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ในหนังสือ เดอะ เน็กซ์ ทริเลี่ยน ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง พอล แซน พิลเซอร์ ได้กล่าวไว้ว่า
ภายในปี 1010 อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ จะทำเงินเพิ่มขึ้นให้เศรษฐกิจของสหรัฐได้ ถึง หนื่งหมื่นล้านล้านเหรียญสหรัฐนั้นก็คื่อช่วยคนเรื่อง สร้างสุขภาพ ดูดีขึ้น ชะลอความชรา หรือป้องกันโรค ลองคิดดูซิ อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพแทบไม่มีตัวตนใน 20 ปีที่แล้ว แต่ในวันนี้ มันมีมูลค่าถึงประมาณสองแสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของตลาดรถยนต์ใน สหรัฐอเมริกา ณ วันนี้ สองแสนล้านเหรียญ แต่ในปี 2010 หนึ่งล้านล้านเหรียญต่อปี! ถ้าจะให้เห็นชัดๆคือ นั้นหมายถึงการเจริฐเติบโตถึง 500 เปอร์เซนต์ แล้วจะเกิขึ้นได้อย่างไร แล้วมันจะเป็นไปได้หรือ เพียงสองคำ
เบบี้ บูมเมอร์ ซึ่งเป็นคำที่เรารู้จักกันมากว่า 20 ปี และเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจมากกว่า -20 ปี
นี้ไม่ใช้เวลาที่คุณโดดเข้ามาหรือ ในขณะนี้พวกเข้ามีอายุอยู่ในช่วง 37-55 ปี จุดสูงสุดของการทำงาน เงินมหาศาล แรงซื้อที่เพิ่มขึ้น

เบบี้บูมเมอร์ ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มที่มีบ้าน รถหรู คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต และที่สุดยอดคือ มูลค่าทรัพย์สินของเขาหล่านี้ รวามแล้ว สูงถึง ห้าล้านล้านเหรียญ ถึงแม้เบบี้บูมเมอร์ จะมีจำนวนเพียง 30% ของประชากรทั้งหมด แต่ก่อสร้างมูลค่าถึง 50% ของผลผลิตมวลรวมชาติ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เขาจะเป็นกลุ่มคนที่เพิ่มปริมาณการใช้จ่ายอีกหนึ่งล้านล้านเหรียญ รวมกับห้าล้านล้านเหรียญเดิม เพียงเพื่อหาสิ่งที่นอกเหนือไป จากบ้าน รถ คอนโด หรือ คอมพิวเตอร์ ความหนุ่มสาว ความอ่อนเยาว์ ชะลอความชรา
ความแข็งแรง สุขภาพที่ดี สิ่งที่พลิกโฉมหน้าธุรกิจอีกครั้ง ในอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ในสหรัฐจะใช่จ่าย ในบริการด้านสุขภาพ เพิ่มขึ้น จาก สองแสนล้านล้านเหรียญในวันนี้ ไปถึงหนึ่งล้านล้านเหรียญในอีก 10 ปีข้างหน้า หนึ่งล้านล้านเหรียญ นั้นคือ สองพันเจ็ดร้อยล้านเหรียญต่อวัน หรือ หนึ่งร้อยสี่สิบล้านเหรียญต่อชั่วโมง หรือ หนึ่งล้านเก้าแสนเหรียญต่อนาที โอกาสที่ยิ่งใหญ่ของผู้มองเห็น สำหรับผู้ที่ไขว่คว้ามัน แล้วคุณจะโดดเข้าวงได้อย่างไรละ คุณมีทางเลือก 4 ทางเลือก

1. ผู้ประกอบการ 2. ผู้ผลิต 3. ผู้ค้าปลีก หรือ 4. เป็นผู้จำหน่าย

ผู้ประกอบการเช่น แพทย์ สถานกายภาพบำบัด สถานบำบัดด้วยการแพทย์ทางนวด ซึ่งจะมีความต้องการมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ถ้าคุณมีเงินที่จะเรียน หรือถ้าสามารถแข่งขันกับบริษัทประกันได้ ถ้าคุณต้องการแลกเวลาเพื่อเงิน การเป็นผู้ผลิตก็น่าสนใจอย่างยิ่ง ถ้าคุณมีเงินหลายๆล้านเพื่อลงทุนสร้างโรงงาน จดทะเบียน วิจัย ขนส่ง และรับของ
การค้าปลีกก็นับเป็นโอกาสที่ดี ถ้าคุณมีเงินจ่ายค่าแฟรนชายน์ ทำงาน 7 วัน โฆษณา วัสดุ และปัญหาลูกจ้าง
การจัดจำหน่ายหรือ เราพบว่าบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใน สามทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนเป็นผู้ที่พบหนทางที่ดีในการกระจายสินค้า มากกว่าที่จะพบวิธีผลิตที่ดีขึ้น บุคคลอย่าง แซม วอลตันแห่งวอลมาร์ท เฟรด สมิธ แห่ง เฟเดอรอล เอ๊กซเพรซ และ เจฟ บีซอส แห่ง อเมซอน ดอท คอม และสิ่งที่เหมือนกันทั้งสามคนก็คือ พวกเขาเป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งวอลตันและสมิธก็พบวิธีใหม่ในการกระจาย สินค้าที่ผู้อุปโภครู้จักและมีความต้องการอยู่แล้ว ส่วนมหาเศรษฐีในศตวรรษที่ 21 นั้น ส่วนหนึ่งกำลังให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และช่องทางจัดจำหน่ายแบบใหม่อยู่ พวกเขาเรียกมันว่า ธุรกิจที่มีความคิดที่รวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า การจัดจำหน่ายที่ดีกว่า โอกาสที่ดีกว่า เพราะอะไร เพราะว่ากลุ่มเบบี้บูมเมอร์จำนวน 78 ล้านคน หมายถึงกำลังซื้อถึงหนึ่งล้านล้านเหรียญ ที่ไม่สามารถหยุดได้! พวกเขาอยากเล่นโรลเลอร์เบลด พวกเขาอยากขับรถสปอร์ท พวกเขาไม่อยากแก่ และพร้อมที่จะแลกแทบทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความอ่อนวัย มีสุขภาพดีและมีพลัง และอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มเบบี้บูมเมอร์จะใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในบริการเพื่อสุขภาพ จากประมาณ สองแสนล้านล้านเหรียญในวันนี้ และเป็นหนึ่งล้านล้านเหรียญต่อปี

คุณพร้อมหรือยัง…

ธุรกิจที่มีความสามารถที่จะเรียกความสนใจจากเบบี้ บูมเมอร์ได้ จะจับกระแสความต้องการของผู้บริโภคไปตลอดชีวิต
เบบี้ บูมเมอร์ =>สุข ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
การไดเอ็ทกำลังฆ่าพวกเราอย่างช้าๆ พวกเราไม่สามารถรับสารอาหารที่ครบถ้วนได้ นั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ดี
มันเป็นความรู้พื้นฐาน เราใช้อาหารเสริมแบบเม็ดและแบบน้ำ ความไม่สะดวกสะบายในการรับประทานทำให้เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมการทาน แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนไป
ยินดีต้อนรับสู่อนาคตของอาหารเสริม biospray เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยมาก ประสิทธิภาพของมันมหาศาลมาก ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากในตลาดตอนนี้
คุณรู้สึกแบบนี้หรือป ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
• วิตกกังวล กับอนาคตที่ไม่แน่นอน
• เบื่องาน ไม่แน่ใจว่าจะทำงานปัจจุบันไปอีก 20 ปีข้างหน้าได้หรือไม่
• รายได้ไม่พอใช้
• เซ็งกับรถคันเก่าที่ใช้มากว่า 10 ปี
• อาศัยอยู่คอนโด หรืออพาร์ทเมนท์ แทนที่จะมีบ้านสักหลัก
• ถึงแม้จะเป็นผู้บริหาร ก็ยังรู้สึกตัวเองย่ำแย่อยู่กับที่ ต้องทำงานมากขึ้น เวลาส่วนตัวน้อยลง
• เงินเดือนไม่ขึ้น หรือขึ้นก็ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงมากๆ

สิ่งเดียวที่บริษัทคำนึงถึงคือผลกำไรและผลประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับเท่านั้น พนักงานอย่างเราอาจจะถูกเชิญให้ออกเมื่อไรก็ได้ เมื่อเศรษฐกิจแย่ หรือบริษัทปรับเปลี่ยนองค์กร บริษัทไม่รับรู้หรอกว่า ชีวิตครอบครัวเราเป็นอย่างไร มีภาระหนี้สิน เงินค่าเล่าเรียนของลูกเราจะเป็นเท่าไหร่ บริษัทไม่ให้ความสำคัญกับผลงานที่คุณทำมา หรือเวลาส่วนตัวที่เราให้กับบริษัท บริษัทต้องตัดสินใจบนผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทเพื่อการแข่งขัน การอยู่รอด หรือการเติบโตอะไรก็แล้วแต่ พูดง่ายๆว่า สำหรับเราไม่มีความสำคัญมากมายอะไรเลย

เคยคิดไหม ว่า ต้องมีหนทางที่ดีกว่านี้ …..

เราต้องมองอนาคต
ปัจจุบันเศรษฐกิจย่ำแย่ ทำธุรกิจอะไรก็ยาก ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมีการให้พนักงานออกมากมายถึง 4.4 ล้านคนใน 500 บริษัทชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับในนิตยสารฟอร์จูน มีการแข่งขันที่สูงมากเพื่อลดต้นทุน ลดพนักงาน และต้องมีการพัฒนาคุณภาพและผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งๆขึ้น
มนุษย์เงินเดือนที่ทำงาน 9 โมงเช้าเลิก 5 โมงเย็น จึงต้องหารายงานเสริม ปัจจุบันมีธุรกิจที่สามารถทำงานผ่านระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต ผลจากการสำรวจของบริษัท Link Resources Corp. พบว่าคนอเมริกากว่า 24 ล้านคน มีการทำธุรกิจจากที่บ้านทั้งเต็มเวลาและเป็นอาชีพเสิรม ในช่วง 5-7 ปีที่ผ่านมาผู้คนนำเทคโนโลยี่มาประยุกต์ใช้กับชีวิตและธุรกิจมากขึ้น เราจึงมีโอกาสจากการทำธุรกิจส่วนตัวง่ายขึ้น
ธุรกิจ…

ปัจจุบันมีการทำธุรกิจจากที่บ้านมากมาย แล้วมันจะแตกต่างกันอย่างไร รูปแแบบธุรกิจมีแบบ เน้นหาสมาชิกโดยไม่สนใจผลิตภัณฑ์ มีทั้งการขายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารเสริม เครื่องสำอาง แล้วอะไรเป็นตัววัดความสำเร็จล่ะ ความเป็นจริงก็คือ คุณควรมีผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคต้องการ ใช้แล้วหมดไป และเห็นผลจริงๆ มีแผนการตลาดที่ง่าย มีพื้นฐานการทำธุรกิจบนจรรยาบรรณที่ดี มีการสนับสนุนจากบริษัทมี่มั่นคง แล้วเราก็ขอเสนอที่จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดให้กับอนาคตคุณด้วยความมั่นใจ และความสำเร็จ ดังนี้

• ผลิตภัณฑ์นวตกรรมใหม่ Nano technology คืนความอ่อนวัยเห็นผลภายในไม่กี่สัปดาห์
• ผลิตภัณฑ์เราได้รับรางวัล อันทรงเกียรติจาก Asia-Pacific 2005 e-entrepreneur award คือ “รางวัลคุณภาพการบริการยอดเยี่ยม” และ “รางวัลสินค้ายอดเยี่ยม”
• ระบบธุรกิจที่ทันสมัยด้วยคอมพิวเตอร์แบบเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต (e-MLM)
• แผนการตลาดที่ใจกว้างที่สุดในอุตสาหกรรมเดียวกัน
• บริษัทเปิดดำเนินงานมากว่า 9 ปี และเติบโตอย่างมั่นคง
• ธุรกิจขยายไปหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ ฮ่องกง
• เปิดสำนักงานที่กรุงเทพ มากว่า 2 ปี มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุกเดือน เติบโตมากกว่าทุกตลาดในภูมิภาค
• ทีมงานที่มีความพร้อม รวมทั้งมืออาชีพ หมอ พยาบาล เภสัชกร วิศวะ มากมาย
คุณรู้สึกแบบนี้หรือป ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
emo
รายละเอียดตามใบโปรโมชั่นนี้เลย...
โปรโมชั่น 1 พย - 31 ...
emo
เวบไซด์ข้อมูลเกี่ยวก ...
หมวดหมู่: Question & Answer Webboard
รายละเอียดเพิ่มเติม
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 1.03 วินาที
You are here Home