Saturday, Jun 24th

Last update08:33:14 AM GMT

Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

แนวทางการป้องกันมะเร็ง
(1 จำนวนผู้เยี่ยมชม) (1) บุคคลทั่วไป
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: แนวทางการป้องกันมะเร็ง

แนวทางการป้องกันมะเร็ง 6 ปี, 6 เดือน ที่ผ่านมา #13

  • admin
  • ออฟไลน์
  • Administrator
  • พลังน้ำใจ: 0
โปรดอ่าน

เรื่องนี้อาจช่วยรักษาชีวิตของคุณ หรือ ชีวิตของใครสักคนที่คุณรัก หลังจากหลายปีที่ ใครๆ ก็บอกว่า การบำบัดเคมีเป็นหนทาง
เดียวที่จะลองทำได้ในการกำจัดมะเร็ง (ลองเป็น คีย์เวิร์ด) ในที่สุด จอห์น ฮอปคินส์ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงทางเลือกอื่น

อัพเดทเรื่องมะเร็ง จาก จอห์น ฮอปคินส์
1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย แต่เซลล์มะเร็งเหล่านี้จะปรากฏให้เห็น เมื่อตรวจดูด้วยวิธีตรวจขั้นพื้นฐาน ก็ต่อเมื่อมันได้เจริญเป็นพันล้านเซลล์เมื่อหมอบอกผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังการรักษาว่า ไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่นั่นแค่หมายความว่า การตรวจไม่สามารถตรวจเจอเซลล์มะเร็ง เพราะว่าจำนวนเซลล์มะเร็งยังไม่มากถึงระดับที่จะตรวจเจอได้
2. ในร่างกายคนในช่วงชีวิตหนึ่ง เซลล์มะเร็งก่อตัวได้มากถึง 6 ถึง 10 ครั้ง
3. ถ้าระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เซลล์มะเร็งจะถูกทำลายหรือไม่สามารถแบ่งตัว และทำให้ไม่เกิดเป็นเนื้องอก
4. คนที่เป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่าคนนั้นขาดสารอาหารซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจัยทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมอาหาร และวิถีดำเนินชีวิต
5. การแก้ปัญหาการขาดสารอาหาร ทำได้โดยการเปลี่ยนอาหารการกิน และทานอาหารเสริม เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
6. การบำบัดเคมีนั้นไม่เพียงแต่ทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ยังทำลายเซลล์ดีที่เติบโตเร็วในไขกระดูก อวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งทำให้อวัยวะ เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ถูกทำลาย
7. ในขณะที่รังสีทำลายเซลล์มะเร็ง ก็ยังก่อให้เกิดผลเสีย ทำให้เกิดรอย หรือทำลายเซลล์ดีเนื้อเยื่อ หรือแม้แต่อวัยวะ
8. การรักษาด้วยรังสีและบำบัดเคมีในระยะแรกจะลดขนาดเนื้องอก แต่เมื่อรักษาติดต่อเป็นเวลานาน การ
รักษาด้วยวิธีนี้ไม่สามารถทำลายเนื้องอกได้มากขึ้นไปกว่าเดิม
9. เมื่อร่างกายสะสมพิษที่เกิดจากการบำบัดเคมีและรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่หรืออาจถูกทำลาย ทำให้ผู้ป่วยนั้นๆ อาจได้รับการติดเชื้อหรือเกิดอาการแทรกซ้อนตามมา
10. การบำบัดเคมีหรือรังสีสามารถทำให้เซลล์มะเร็งกลายพันธุ์และทำให้ดื้อยา หรือทำลายยากขึ้น การผ่าตัดก็อาจทำให้เซลล์มะเร็งกระจายไปยังที่อื่นได้
11. วิธีต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพคือการทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร ด้วยการไม่กินอาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งนั้นขยายตัว

อัพเดทเรื่องมะเร็ง จาก จอห์น ฮอปคินส์
เซลล์มะเร็งได้รับอาหารจาก
• น้ำตาลทำให้เซลล์มะเร็งโต การลดปริมาณน้ำตาล จะช่วยลดแหล่งอาหารสำคัญของเซลล์มะเร็ง สารแทนน้ำตาล เช่น นิวทราสวีท อีควล สปูนฟูล ฯลฯ ทำมาจากอสปาร์เทม ซึ่งมีอันตราย จึงควรใช้ผลิตธรรมชาติที่มีความหวาน แทนน้ำตาล เช่น น้ำผึ้ง หรือ กากน้ำตาล แต่ในปริมาณที่น้อย เกลือที่ใช้บางชนิดก็มีการใส่สารเคมีเพื่อขัดให้สีขาว จึงควรใช้เกลือทะเล หรือ แบรกส อมิน
โนส์(เดาว่าเป็นยี่ห้ออะไรสักอย่าง)แทน
• นมทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะภายในอวัยวะช่องท้อง มะเร็งอยู่ได้ด้วยเมือกนี้การลดปริมาณนม และหันมาดื่มนมถั่วเหลือง(ไม่ใส่น้ำตาล)แทน จะช่วยทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร• เซลล์มะเร็งชอบอยู่ในสภาพเป็นกรด อาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลักจะมีสภาพเป็นกรด ดังนั้นจึงดีกว่าที่หันมาทานปลา และเนื้อไก่บ้างนิดหน่อย แทนเนื้อวัว และหมูเนื้อยังเป็นแหล่งสารปฎิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งโต และพยาธิซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง
• อาหารที่80 เปอร์เซ็นต์ประกอบด้วยผักสด น้ำผักผลไม้โฮลเกรนเมล็ดพืช ถั่ว และผลไม้บ้างเล็กน้อย จะทำให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง อีก 20 เปอร์เซนต์อาจมาจากอาหารที่ถูกประกอบให้สุกแล้วรวมถึงถั่ว น้ำที่มาจากผักสดจะให้เอนไซม์ที่ดูดซึมได้ง่าย และไปถึงระดับเซลล์ภายใน 15 นาทีซึ่งจะไปช่วยเสริม บำรุงการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ดี จึงควรดื่มน้ำผักสด (ผักส่วนใหญ่
รวมถึงถั่วงอก) เพื่อให้ได้เอนไซม์ที่ช่วยสร้างเซลล์ที่แข็งแรง และรับประทานผักดิบ วันละ 2-3 ครั้ง เพราะว่าเอนไซม์จะถูกทำลายที่อุณหภูมิ104 องศาฟาเรนไฮต์(40 องศาเซลเซียส)
• หลีกเลี่ยงกาแฟ ชา และชอคโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และมีสมบัติที่ต่อต้านมะเร็ง
น้ำดื่ม ควรผ่านการฆ่าเชื้อโรค หรือกรองเพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษ และโลหะหนักที่ปนเปื้อนในน้ำประปาหลีกเลี่ยงน้ำกลั่นเพราะมีความเป็นกรด
• โปรตีนจากเนื้อสัตว์นั้นย่อยยาก และต้องใช้เอนไซม์ช่วยย่อยหลายชนิด เนื้อที่ไม่ได้รับการย่อยจะคงอยู่ในลำไส้และเน่า ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษ
• ผนังเซลล์ของเซลล์มะเร็งถูกปกป้องด้วยโปรตีนที่เหนียว การหลีกเลี่ยง หรือทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ทำให้เอนไซม์สามารถ
ทำลายผนังเซลล์ของเซลล์โปรตีน และทำให้เซลล์ที่ร่างกายมีไว้ทำลายเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมไปทำลายเซลล์มะเร็งได้
• อาหารเสริมบางอย่าง(ไอพี6 ฟลอเซนส์เอสเสียค แอนตี้ออกซิแดนต์ส์วิตามิน เกลือแร่อีเอฟเอ อื่นๆ) ช่วยเสริมสร้างระบบที่ช่วยให้สิ่งทำลายสิ่งแปลกปลอมของร่างกายเราสามารถทำลายเซลล์มะเร็ง อาหารเสริมอื่นเช่นวิตามินอีเป็นที่รู้กันว่าช่วยทำลายเซลล์หรือตั้งโปรแกรมฆ่าเซลล์ซึ่งเป็นระบบที่ร่างกายเราใช้ในการทิ้ง หรือทำลาย เซลล์ที่เราไม่ต้องการ ไม่จำเป็น
• โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ คนที่กระตือรือร้นและคิดในแง่ดีจะรอดพ้นจากโรคมะเร็ง ความโกรธ การไม่ให้อภัย ความขื่นขมจะทำให้ร่างกายเครียด และเกิดภาวะเป็นกรดเราจึงควรที่จะพยายามที่จะรัก และรู้จักให้อภัย
เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย และมีความสุขกับชีวิต
• เซลล์มะเร็งอยู่ไม่ได้ในภาวะที่มีออกซิเจน การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจลึกๆ จะช่วยให้เราได้รับออกซิเจนมากขึ้นในระดับเซลล์การบำบัดโดยใช้ออกซิเจนจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นำมาใช้ในการทำลายเซลล์มะเร็ง

อัพเดทเรื่องมะเร็งจากโรงพยาบาลจอห์น ฮอปกินส์สหรัฐอเมริกา

รพ.จอห์น ฮอปคินส์ได้ส่งข้อมูลนี้และได้ส่งผ่านกระจายภายใน ศูนย์พยาบาล วอลเตอร์รีด อาร์มี่อีกด้วย
• อย่าใช้ภาชนะพลาสติกในไมโครเวฟ
• อย่าใช้ขวดน้ำในช่องแช่แข็ง
• อย่าใช้ที่ห่ออาหารจากพลาสติกในไมโครเวฟ
• สารไดออกซินทำให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม
• ไดออกซินมีพิษต่อเซลล์ของร่างกายเรา
• อย่าแช่แข็งขวดน้ำพลาสติกที่บรรจุน้ำในช่องแข็ง เพราะนั่นจะเป็นการปลดปล่อยสารไดออกซินออกมาจากพลาสติก
• เมื่อไม่นานมานี้ดร. เอ๊ดเวิร์ด ฟูจิโมโต้ผู้จัดการโปรแกรมเวลล์เนส (อยู่ดีกินดี) แห่งรพ. คาสเซิล ได้ออกรายการทีวีเพื่ออธิบายถึงภัยต่อสุขภาพนี้เขาได้พูดถึงสารไดออกซินและอธิบายว่ามันไม่ดีอย่างไร เขาบอกว่าเราไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติก อุ่นอาหารในไมโครเวฟโดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ ส่วนผสมระหว่างไขมัน ความร้อนสูง และพลาสติกจะทำให้สารไดออกซิน
เข้าไปตกค้างในอาหาร และในที่สุดก็เข้าสู่เซลล์เรา
• จึงควรใช้แก้ว เช่น ภาชนะคอร์นนิ่ง ไพเรกซ์หรือเซรามิคในการอุ่นอาหาร เพราะจะได้อาหารที่อุ่นอร่อยเหมือนกันต่างตรงทีไม่มีสารไดออกซินตกค้าง เพราะฉะนั้นอาหารสำเร็จรูปที่มาในภาชนะพร้อมใช้อุ่น ควรนำมาใส่ภาชนะอื่นก่อนอุ่นกระดาษไม่แย่แต่คุณก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในกระดาษนั้นบ้าง เพราะฉะนั้นมันเลยปลอดภัยกว่าที่จะใช้ภาชนะแก้ว คอร์นิ่ง เป็นต้น ดร.เอ๊ดเวิร์ดยังบอกต่ออีกว่า
• เมื่อไม่นานมานี้ร้านอาหารได้เปลี่ยนจากการใช้ภาชนะโฟม มาเป็นกระดาษ และสาเหตุหนึ่งก็เป็นเรื่องของไดออกซิน เขายังได้ชี้อีกว่าในพลาสติกห่ออาหาร เช่น ซุรานก็ไม่ปลอดภัยที่จะนำมาใช้ห่ออาหารในไมโครเวฟในขณะที่อาหารกำลังถูกทำให้สุก ความร้อนจะทำให้สารพิษซึ่งละลายออกมาจากพลาสติก ซึมเข้าสู่อาหาร ให้คลุมอาหารด้วยกระดาษแทน นี่เป็นบทความที่คุณควรส่ง
ให้ทุกคนที่เป็นคนสำคัญสำหรับคุณ
แก้ไขล่าสุด: 6 ปี, 6 เดือน ที่ผ่านมา โดย admin.
  • หน้าที่:
  • 1
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 4.49 วินาที
You are here Home